ยินดีต้อนรับ! ลงทะเบียนฟอรั่มได้ที่นี่!   ...ถ้าคุณเป็นสมาชิกแล้วสามารถ เข้าสู่ระบบได้ที่นี่! 

Jump to content
2

Leaderboard


Popular Content

Showing content with the highest reputation since 04/22/2019 in all areas

  1. 3 points
    Need จำเป็นต้องมี needs ความต้องการที่จำเป้นต้องมี want ต้องการแต่ไม่ต้องมี เป็นความอยาก wants ความอยากได้ต่างๆ our needs and wants
  2. 2 points
    มีครับ แต่ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำ แต่สื่อความหมายเดียว รีบทำเมื่อมีโอกาสมาถึง Make hay while the sun shines. รีบนำฟางไปตากแดดเร็ว ในขณะที่ยังมีแดด แดด คือ โอกาส การทำฟาง ต้องทำเป็นก้อน roll ฟางจึงต้องแห้งก่อน เลยต้องไปตากแดดก่อนครับ kru ton
  3. 2 points
  4. 2 points
    British accent เขามีลักษณะเฉพาะ เช่น คนอังกฤษเน้น consonants เช่น t ถอถุง หรือ tt เอาออกก็มี butter เป็น butter บัทเอ่อ(ไม่ออกที) แอ ส่วนออกมาทางอา ก็เมกัน และการเชื่อมคำ เช่น not at all.น็อท แถท ถ่อเล่อะ หรือไม่ออกเสียง.R เช่น car คา เมกัน คารรรร ต้องฟังเยอะๆๆ ครับ kru ton.
  5. 2 points
    ความหมายได้ครับ โดยเฉพาะ Personal profile จะไปอยู่ในตัว Portfolio เวลาสมัครเรียน แต่ำที่ใข้แทน profile ในการสมัครงานคือ CV / resume เพราะจะรวมประวัติ การทำงาน+ reference คนที่จะติดต่อได้ครับ
  6. 2 points
    Tuesday, July 16, 2019 English vocabulary ใครๆ ก็รู้ดีว่า จะเก่งภาษา จะพูดได้ดั่งใจ ศัพท์มันต้องมี เราจัดให้ครับ Starting tomorrow.... Kru ton
  7. 2 points
    I am naive. อ่อนต่อโลก I didn't think it through. I didn't think that much. I was careless. I was thoughtless. I didnt know much. I just did it. I didnt expect this to happen. kru ton
  8. 2 points
    Sympathy ตือการเห็นอกเห็นใจ เช่น ถ้าเพื่อนคุณสูญเสียคุณพ่อ คุณจะแสดงความเสียใจต่อเพื้อนคุณ Empathy คือการเข้าอกเข้าใจ เหมือนคุณเป็นคนๆนั้น ฝรั่งเขาใช้คำว่า You are in their shoes. เช่น คุณอาจเห็นใจ sympathy เพื่อนคุณที่โดนไล่ออกหรือเพื่อนคุณโดนพ่อเขาว่า แต่คุณเข้าอกเข้าใจเจ้านาย/พ่อเพื่อนคุณว่าทำๆมต้องทำแบบนี้ empathy ครับ kru ton
  9. 2 points
    Paul ต้องแสดงว่า Paul is a self starter and still learning and reaching. ทั้ง.Mindset & attitude Paul has a healthy/winning mindset/attitude. Ready for challenges. kru ton
  10. 2 points
    to download... going to... กำลังจะ go + download... ก็พูดแบบสั้นๆ ออกคำสั่ง kru ton
  11. 2 points
    CV UK Resume US อาจจะมีต่างกันนิดหน่อย แต่โดยรวมคือสิ่งเดียวกันครับ kru ton
  12. 2 points
    stroke ใช้กัgolf tennis การตี tiger woods ชนะ 15 strokes = 15 shots tennis ผมเคยดูเมื่อ 20 ปี เขาน่าจะเรียก 15 ลูก/ครั้งครับ เหมือนสามารถตีแล้วคู่ต่อสู้รับไม่ได้มา 15 ครั้ง และนี่เเหละช่วยให้ชนะ อาจรอK.Andrew มือวางอันดับ 1 ATP มาเสริมครับ Stroke มีหลายรูปแแบบการตี ชนะมาแล้ว 3 ครับ
  13. 2 points
    อยากทราบความแตกต่างระหว่าง approach กับ reach ครับพี่แอนดรู
  14. 2 points
    ขออธิบายเป็นVerb นะครับ Reach ไปถึง เช่น reach the shore ถึงฝั่ง ถึงตัวเขาก่อน reach him approach ใกล้ถึง approach the coast เข้าใกล้ฝั่ง เดินเข้าไปหา ไปคุย approach him The training is approaching/coming. รถไฟกำลังเข้าชานชาลา approach ยังใช้กับการแก้ปัญหา to approach the problem kru ton
  15. 2 points
    less than ไม่น้อยไปกว่านี้เลย เริ่มต้้นตั้งแต่สิ่งนั้น/ความรู้สึก/การกระทำนั้น never expressed less than support สนับสนุนเสมอและบางครั้งก็ทำมากกว่าสนับสนุน เช่น เข้าข้าง ผมไม่เคยอยากจะสูญเสียสิ่งใดไปไม่น้อยไปกว่าผมอยากสูญเสียคุณ = ผมไม่อยากสูญเสียคุณเหมือนกับผมไม่เคยอยากสูญเสียอะไรไปเช่นกัน แต่จะมีนัยยะว่า การสูญเสียคุณมักจะทำให้ผมรู้สึกจะตายมากกว่า นี่ขนาดผมไม่ชอบสูญเสียอะไรนะ สูญเสียคุณ ผมคงไม่ยอมเช่นนั้น แต่ลองคิดดู สูญเสียสิ่งอื่นๆ ผมยังไม่อยากเลย สูญเสียคุณ ผมคงทนไม่ได้แน่ๆ ประโยคนี้เขาต้องให้แปลความ แปลอังกฤษกลับเป็นอังกฤษ เพื่อให้จินตนาการไปก่อน ให้มึน ให้คิด ให้ตกภวังค์ไปก่อน แล้วค่อยจึงตามด้วยการอธิบายครับ จะได้ซึ้ง kru ton
  16. 2 points
    เขาใช้ stack (up) ครับ You should not stack the boxes over 3 layers high. สำหรับโปรแกรม ใช้ว่า on top of each other ซ้อน=ทับโปรแกรมเดิม ถ้านี่คือคุณหมายความ
  17. 2 points
    master คนเก่ง คนชำนาญ the obvious สิ่งที่ทุกคนรู้กันอยู่ Dont be a master of the obvious คือการเตือนคนว่า ไม่มีประโยชน์อะไรไปว่าคน หลังจากคนทำพลาด สิ่งที่ควรทำคือให้กำลังใจ+หาทางแก้ไขจะดีกว่า เช่น คุณเป๋นCoach บอล ทีมคุณโดนยิง ถ้าคุณเป็น a master of the obvious คุณจะทำตัวเหมือนเก่งหลังเกม หรือเก่งหลังจากที่ใครพลาดอะไร เช่น เฮ้ย ทำไมโกล์ไม่ระวัง ทำไม่เซฟ กองหลังทำไมไม่ประกบ เห็นไป โดนลากไปยิง ตรงนี้บ่นทำไม บ่นไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น(the obvious) Coach ไปเล่นเองเลยดีไหม เก่งจังอยู่นอกสนาม ตรงนี้คุณอาจจะงง ถ้าคุณเอาความนึกคิดมาปะปนกับสำนวนนี้ เช่น coach อยู่นอกสนาม มองภาพกว้าง ก็ต้องเห็น ก๋ต้องบ่นเมื่อลูกทีมพลาด ทำไมสำนวนนี้จึงลบ สำนวนฝรั่งต้องคิดแบบฝรั่งครับ และอ่สนตามว่าเขาใช้กันอย่างไร ตามนั้น เหมือนสำนวนไทย เช่น อยู่ในกะลา ฝรั่งงงสิครับ กะลาไปเกี่ยวข้องกับความหมายไม่ดีที่คนไทยหมายความแบบนั้นได้อย่างไร กะลา = โลกแคบ ฝรั่งงงครับ kru ton.
  18. 2 points
    ถุกครับ สิ่งดีๆ ส่งผลบวกหลายๆอย่างให้เกิดชึ้นตามมากับชีวิตเราครับ เป็นข้อความให้กำลังใจ ให้คิดบวกเข้าไว้ kru ton
  19. 2 points
  20. 2 points
    แต่ประเด็นผมคือ ถ้าคุณยังอยากเก่งภาษา คุณต้องเขื่อว่าคุณขาดภาษาไม่ได้มากกว่าครับ ถ้าต้องการได้อนาคต เพราะไม่เช่นนั้น คุณจะไม่เหตุผล A big WHY ในการฝึกหรอก และคุณจะไม่ฝึก จะได้แต่บ่น+กลัว+รู้สึกไม้ดีกับตัวเองหรือภาษา Top secret อยู่ตรงนี้ล่ะครับ Steve Jobs เคยกล่าวว่า มีใครที่ไหนจะทนทำอะไรที่ไม้ได้รัก เหมือนผม แทนที่ผมจะใช้เวลาพักที่มีอยู่ 30 นาที ทานข้าวกลางวัน ผมสอนบ่ายโมง ผมกลับอยากพิมพ์ ไม่อยากรอ เพราะผมcare อยากให้คนไทยเก่งภาษาจริงๆ 8 นาทีก็ทานเบอร์เกอร์หมูที่เวฟมาแล้วทันครับ best wishes kru ton
  21. 2 points
    ณ. ตอนนี้เหตุผลว่าทำไมไม่อยากพบกัน ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผมอีกต่อไป = คุณจึงพบผม/ฉันน้อยลง elude me หลบหลีกผม/ฉัน/ fail เช่น Sucess still eludes me. ความสำเร็จหลบหลีกผม/ฉัน =ไม่พบความสำเร็จ
  22. 2 points
    มันมีเพลงชื่อ Little bit มีท่อนฮุก I like you a little bit. เพียงเล็กน้อย แต่ประโยคแรก คนไทยจะพูดเยอะสุด จะแปลประมาณ I like it all right but not that much / but there is nothing special about it. ไม่ได้ชอบอะไรมากมาย(เป็นพิเศษ) ตรงประโยคที่2 ก็ต่อความ a little bit Kru Ton
  23. 2 points
    Spot on. To the point. Hit the nail.on the head. = exactly right/ relevant ตรงจุด ตรงประด็นครับ Kru Ton
  24. 2 points
    During King's coronation ceremony (May 4-6, 2019) several.roads will be closed to traffic. People and tourists will be advised to have to keep posted which roads are to be closed for the royal coronation ceremony: this is for you to avoid being in those areas. Kru Ton
  25. 1 point
    Friday, Sept. 6, 2019 Dear all Step by step 1. ออกเสียงคำโดด ฟังจาก online dictionaries ก่อนหลายๆๆๆรอบ แล้วค่อยลองออกเสียง คำโดดๆ words in isolation/ individual words เช่น communication, education, attention ลงท้ายด้วย tion ฉึ่น 2. ออกเสียงคำวลีสั้นๆ คำคมต่างๆ short phrases & idioms/sayings/quotes E.g. on the rise/ on the table Leading by example Honesty is the best policy.
  26. 1 point
    เน้นฟัง 1-2 hrs ก่อน แต่ฝึกพูดเพียง 15 นาที 1 เดือนผมว่าได้เยอะครับ เพราะคุณ activate ตลอด ใส่ English input เข้าสมองคุณตลอด Best regards kru ton
  27. 1 point
    Wednesday, August, 28, 2019 สวัสดีทุกๆคนอีกครั้งครับ ครูต้นกลับมาพบกับชาวสมาชิก Andrew Biggs Forum อักครั้ง We learn English because we want to communicate in English. ถ้าเพื่อสอบ จะเป็นอีกส่วนที่เราๆสมาชิกได้เรียนกันอยู่ที่โรงเรียนนะครับ ผมหมายถึงเราเรียนเพื่อสอบน่าจะเกิน 80% ถ้าเลือกสื่อ You must be much more active. Active learners เหนื่อยช่วง 1-5 ปีแรกครับ Want to try? ทาง Forum เราอยากให้คุณฝึกไปกับเราครับ kru ton
  28. 1 point
    Be open minded. ผมแนะว่ายอมเหนื่อยกันอย่างจริงจังช่วง 1-5 ปีแรก แล้วภาษาคุณจะได้จริงๆ ครับ อย่ายอมแพ้กับตัวเอง เช่น 1. ไม่รู้อะไรเลย ฟังไม่ออก อ่านออกแต่ไม่รู้ความหมาย 2. อาย กลัวเวลาที่จะพูด 3. ไม่มีฝรั่งฝึกด้วย ที่มีก็มีแต่จะออกหื่น หรือคนไทยสำเนียงดีๆ ใจดีๆ มีเวลาเยอะๆ 4. สารพัดปัญหา เช่น ไม่ค่อยมีเวลา หรือไม่ชอบภาษา เป็นคนเบื่อง่าย ไม่อดทน ฯลฯ คุณอาจจะมีทางเลือก 2 ทางนะครับ อยู่เหมือนเดิมไม่ต้องพยายามอะไร หริอ ทำเท่าที่ทำได้ครับ
  29. 1 point
    จากประสบการณ์การสอนของผมมากว่า 24 ปี ฝึกเฉพาะกิจ เพราะต้องมีเหตุต้องใช้ขนิงภายใน 1-6 เดือน มากสุดครับ เช่น สอบสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ แต่พอได้งาน แล้วเลิกฝึกเลย เสียดาย ไม่ได้หมายถึง ไม่เรียนต่อกับผมนะ แต่เสียดาย เพราะหลายๆๆๆๆๆคน ไปต่อได้ครับ โดยฝึกจาก Net movies & songs and many more What a pity? I feel pity for you. Kru ton.
  30. 1 point
    อยากรู้ว่าระหว่าง "ฟังเพลง" กับ "ดูหนัง" วิธีไหนใช้ฝึกภาษาอังกฤษได้ผลดีกว่ากันสำหรับตัวคุณ😊😉 How do you prefer learning English? Through music or watching a movie?
  31. 1 point
  32. 1 point
    mundane กับ tedious ใช้เหมือนกันไหมคะ
  33. 1 point
    HEALTHY CONUNDRUM By Andrew Biggs “Khun Andrew, please give me some words of support. I applied for a job and wasn’t accepted. I’m soooooo upset.” This plaintive tweet arrived last Tuesday. Had it been a few short years ago it would have been an email. A few short years before that the student would have put it on paper, stuck it in an envelope, and took it to the post office to buy a stamp. Ah but my age is showing. The tweet came from a student, Suchada, and the above quote is my own translation from the original Thai. Suchada is a 22-year-old Bangkok girl who just graduated from a good university and applied for a job at a bank. She got knocked back. Her despondency was understandable; I remember when I was 17 being rejected for a job at McDonald’s Sunnybank. “We just don’t think you’d fit into the McDonald’s family,” the pimple-faced manager told me with a jowly smile. In retrospect he was right. I can’t imagine what emotional scars I’d be wearing today had I agreed to join a family where the father figure was a clown looking like something straight out of Stephen King’s It. I’d have kept the bathroom door locked, that’s for sure. But back to Suchada. Having worked in the youth media in Thailand for two decades, I have received similar letters, emails and tweets before. I am normally very sympathetic to this recurring theme but firm in my reply: “Give yourself a day to get over your disappointment, then pick yourself up and apply all over again at some other bank. And come back and see me after you’ve been rejected ten times.” I always thought that was good advice. Diligence and enthusiasm will always win out when it comes to job hunting. I believed that up until very recently, that is, but now I’m not so sure. My turnaround is all due to my friend Nut, whose predicament came to a head this week as I discovered 24 hours before Suchada’s tweet. Like anywhere in the world, finding a job in Thailand can be difficult and takes a lot of perseverance. There are actually a lot of jobs out there in Thai offices and factories for bachelor degree holders. The pay isn’t fantastic, but at least it’s work. My friend Nut has a bachelor’s degree. He worked in administration for a large factory in Lad Krabang. He’s quiet and diligent and gets the job done, as evidenced by the fact he stayed at his job for eight years. As he reached his late-thirties he decided he needed more money and applied for a new job and got it. He quit his old job on a Friday and started work at the new factory in Lardphrao on Monday. By Friday he was sacked. The reason? Nut is HIV positive. And in Thailand, that means you cannot get a job. It’s not like you could tell he has HIV. He runs mini marathons and works out every day. He visits his doctor every three months for his blood count and takes his medicine; his CD4 count is very high. In Thailand you are almost always required to get a medical check-up before starting a new job, and this includes an HIV test. The new company asked Nut to get his medical test on Wednesday. Nut came up HIV positive; he was jobless by the weekend. At this point things were grim for Nut – much more than Suchada’s self-imagined quagmire – but Nut can be a pretty determined kinda guy. Within two weeks he had found a new administration job at a factory in Silom. Silom Road is the center of every sexually communicable disease known to man, and you would think a factory situated there would turn a blind eye to such things, but no. In the second week of his work he was informed by HR he would need a medical. The usual two-step shuffle ensued – Nut went to hospital. Nut was shown the door. Five times. This has now happened to Nut five times in the space of four months. One job he was even “flavor of the month” except that he didn’t last a month. He was actually “flavor of the three weeks”. It was a big toy factory here (patrolled by Rottweilers!) out in Samut Prakan and Nut was in charge of counting stock. The last person who did the job was slovenly and stole stuff on the side, and Nut did neither of these things. This was a family company and the owner warmed to him for his accuracy and diligence. When the results of his medical came in, however, the same owner went ballistic. He shouted about him being HIV positive in front of other staff. “I don’t want you infecting anybody else! Get out of here or I’ll set the dogs on you!” the owner barked at Nut, who gathered his belongings and quickly left. I called my friend Lek this week, a mover and shaker in the HR world in Bangkok, and asked him about Nut’s situation. Surprise surprise … what those companies did was illegal. You cannot sack a person because he or she is HIV positive. In fact, once an employee starts work there is no requirement for a medical check-up either. That has to be carried out before, since the act of starting work means the two parties have entered into a contract already. In the real world things are different, and such labor laws are as valid as the ones that, say, outlaw prostitution in Thailand. Nut’s only recourse is to take the company to the Labor Court, where the company will tell the judge Nut was sacked owing to laziness, or inability to carry out duties, etc. Anything but that virus coursing through his veins. Nut may have HIV, but he also has perseverance. He applied for a new job at a small paint factory and got it. The pay is good. Even better; there is no company regulation that requires a medical examination. He started work last Monday. As for Suchada, what timing to be complaining about one job rejection when my friend Nut has had five in the time Suchada took to do her finals, graduate, and go celebrating with friends down in Pattaya. I’m going to officially change my stock answer, too. No more “come back and see me after ten rejections”. Instead, it’s going to be: “Come to think of it, don’t come back and see me at all. Stop wallowing in your setbacks and get on with life.” These are words I cannot use with Nut, who despite everything refuses to give up. And as his friend I must be a pillar of support. Especially now. Last Tuesday, on day two of his work, the thinner smell in the paint factory was so bad Nut fainted. He is jobless once more. /Andrew
  34. 1 point
    HR still can"t fill the (target) positions. Do we have a lunch break during several Events taking place one after another? kru ton
  35. 1 point
    I understand you completely. ผมได้ยินมาเกิน 40 ปี ผม 48 ปลายปีนี้ครับ ได้ยินว่ากลัว อาย มีโอกาสก็อาย ไม่กล้าใช้ ไม่ค่อยมีโอกาส อาจแอบดีใจลึกๆ ดี! จะได้ไม่ต้องพูด หรือใช้เป็นข้ออ้าง
  36. 1 point
    Lifestyle สำคัญนะครับ ลองเปลี่ยน ลองปรับสักนิด เช่น ฟังเพลงเพราะๆ แล้วจดเนื้อเพลง แล้วลองหาความหมายของศัพท์บางคำ Not too bad, right? This is to increase/improve/enhance your vocabulary. Vocabulary สำคัญมากๆๆสำหรับ effective communication ถ้าไม่รู้ศัพท์/รู้ศีพท์น้อย จะติดๆขัดๆ จึงต้องเพิ่มพูนศัพท์ เพิ่มพูนศัพท์ ใช้คำข้างบน to increase/improve/enhance vocabulary Cheers kru ton
  37. 1 point
    Sunday, July 21, 2019 English is a must-have language. ภาษาอังกฤษคือภาษาที่มันต้องมี Reading is a must. การอ่านเป็นสิ่งที่ต้องทำ K. Andrew and kru ton are most happy to help young Thai peolple improve their English better and further. most happy มีความสุขสุดๆที่จะได้ข่วย Cheers kru ton.
  38. 1 point
    อยากถามว่า พร้อมกับคุณในบริบทแบบนี้ ใช้คำไหนครับ ฉันกินข้าวพร้อมกับคุณ ฉันเริ่มทำงานพร้อมกับคุณ ฉันมาพร้อมกับคุณ
  39. 1 point
    verb คือ วางซ้อน และ noun คือ การวางซ้อน ใช้คำภาษาอังกฤษว่าอะไรครับ คุณควรวางกล่องซ้อนกันไม่เกิน 3 ชั้น แบบนี้ใช้เป็น You should overlay a boxes not more than 3 layer. ได้ไหมครับ แล้วการวางซ้อนกันในโปรแกรม เช่น ซ้อน layer กัน กับการวางกล่องซ้อนกันใช้คำเดียวกันได้ไหมครับ
  40. 1 point
    Thank you very much for 2 answers.
  41. 1 point
    You have taken so many leaves. You deserve to get fired. kru ton
  42. 1 point
    แก้นะครับ...free of charge + ฝึก 20-30 นาทีทุกวันยิ่งได้ผลครับ ขอ 90 วันก่อน
  43. 1 point
    ถ้าลูกไม่รู้ศัพท์จะให้เขาค้นหาด้วยวิธีใดครับ. จะให้ใช้แทปเลตก็เกรงจะไปเล่นเกมส์. ขอคำแนะนำครับ. อยู่ป.2
  44. 1 point
    ถ้าเราอยากจะบอกว่า รับเงินเดือน,ค่าจ้างเป็นเงินสด ไม่ผ่านบัญชีธนาคาร ต้องพูดอย่างไรค่ะ
  45. 1 point
    ยินดีครับ สู้ต่อไป เกิดผลแน่นอน 100%
  46. 1 point
    A: You rarely give me an opportunity to see you. B: The reason why no longer eludes me. คำพูดของ B แปลว่าอะไรหรอครับ
  47. 1 point
    Saturday May 11, 2019 สวัสดีครับทุกคน ถ้าจะฝึก Train / practice ต้องอย่าละเลย ความรู้ที่จำเป็น essential knowledge เทคนิคส่วนเทคนิคนะครับ แยกออกจากกัน ขออย่าไม่ชอบหรือพยายามหลีกเลี่ยงจะฝึก เพราะเวลาไม่มี เพราะคิดว่าเสียเวลา Practice makes perfect. เท่านั้นครับ
  48. 1 point
    ความกมายเดียวกันครับ แต่ต่างที่โครงสร้าง heckled V. 2 ของ Verb to heckle ส่วน.Heckling เป็น Gerund (การ...)หรือ present participle (ประธานกำลังกระทำสิ่งนั้นๆ) Kru Ton
  49. 1 point
    Heckled กับ heckling มีความหมายเดียวกันไหมคะ นี่แปลไปว่าอาละวาด โวยวาย
  50. 1 point
    สวัสดีค่ะพี่แอนดรูว์สุดหล่อ มีคำศัพท์สองคำมาถามค่ะ accountable กับ responsible ความหมายเหมือนจะคล้ายๆกันแต่ใช้ต่างกันยังไงคะ ขอบคุณมากๆเลยค่า
This leaderboard is set to Bangkok/GMT+07:00
×
×
  • Create New...