ยินดีต้อนรับ! ลงทะเบียนฟอรั่มได้ที่นี่!   ...ถ้าคุณเป็นสมาชิกแล้วสามารถ เข้าสู่ระบบได้ที่นี่! 

Jump to content
2

Leaderboard


Popular Content

Showing content with the highest reputation since 02/19/2019 in Posts

  1. 3 points
    ถ้าอยากจะพูดว่า”ฉันเป็นคนที่ใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย ไม่ค่อยชอบออกไปข้างนอก ชอบเก็บตัวแต่อยู่ในห้อง” ภาษาอังกฤษจะพูดว่ายังไงคะ ขอบคุณมากค่ะ 😊😊😊
  2. 3 points
    คุณและสมาชิกที่อยากเก่ง ต้องเข้าทุกวันหรือสม่ำเสมอครับ รับรองภาษาไปเร็ว แน่นอน ฟรีด้วย คุณภาพเต็ม 100% ผมตอบทุกวัน คุณดูจำนวนpost ผมซิ ผมไม่ได้อวยตัวเอง แต่ leading by example แต่ทำเป็นตัวอย่าง ผมเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ นักเรียนถามทุกวัน ว่าทำอน้างไรจะเก่งภาษาผมก็ตอบทุกวันว่า ต้องแบ่งเวลาม่ศึกษาอย่างสนุก&ตั้งใจาก 1 ปี เก่ง ไม่ต้องเชื่อผม แต่ผมท้าให้พิสูจน์กับผมครับ ยินดีช่วยทุกคน
  3. 3 points
    ทักษะการอ่านเป็นทักษะที่หนักๆพอกับทักษะการเขียนครับ ผมใช้คำว่าหนัก ไม่ได้หมายถึงทักษะการฟังและพูดนั้นง่าย แต่ฟังและพูดสบายสุด คนเราส่วนใหญ่ชอบพูด ชอบฟัง โดยเฉพาะคนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบอ่าน คุณต้องเริ่ม ฟัง พูด อ่าน เขีบนอย่างน้อยที่สุด 1 ปี ทุกวันหรือสม่ำเสมอครับ คุณเพียงพอไหมล่ะ? ผมฝึกมา 30 ปี มาฝึกกับผมครับในนี้ ก้าวแรก อ่านที่ผมเเนะนำ และ take action คุณเก่งแน่นอน. 1 ปีครับ
  4. 3 points
    กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าคาดเอว กระเป๋าคาดอก กระเป๋าลาก กระเป๋าสตางค์
  5. 3 points
    กระเป๋าถือ_ตังค์ hand bag, pocketbook(AmE)= wallet, purse กระเป๋าสะพาย hobo/tote/bucket/beach bags คาดเอว hip/belt bags คาดออก chest bags ลาก Trolley wheel bags แนบรักแร้ หรือถือได้เพราะเบา wristlet/ mimiaudier (กระเป๋าเล็กๆเก็บอัญมณีหรือของมีค่า) กระเป๋าสะพายไหล่ Shoulder bags กระเปเป๋าเครื่องสำอาง make-up Kru Ton
  6. 2 points
    เจ้าน้องหมาตัวนี้ดูเหมือนว่าอีกอึดใจเดียวที่จะได้รับอิสระ(เหมือนกับถุงเท้าขาดรุ่งริ่ง1 ข้างที่ขวางกั้นอิสระภาพ) ใกล้จะหลุดไปสู่อิสระภาพที่ตัวเองต้องการตัวเองต้องการ มาจากนิทานใช่ไหมครับ Kru Ton
  7. 2 points
    โอ้ พึ่งจะรู้
  8. 2 points
    Cardinal Number คือ ตัวเลขที่เอาไว้บอกจำนวน ของสิ่งของต่างๆว่ามีอยู่เป็นจำนวนเท่าไร เช่น One, two, three, four, five. Ordinal Number คือ ตัวเลขที่เอาไว้บอก ตำแหน่ง อันดับ ของสิ่งนั้นๆ เช่น 1st, 2nd, 3rd, 4th, 5th. ซึ่งเราจะเห็นได้จากวันที่ในประฏิทิน หรืออันดับการแข่งขัน เป็นต้น เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น Equals แปลว่า เท่ากับ (=) ตัวอย่าง 6+6 = 12 (Six plus six equals twelve.) 8+5 = 13 (Eight plus five equals thirteen.) 3-2 = 1 (Three minus two equals one.) 10-7 = 3 (Ten minus seven equals three.) 3x2 = 6 (Three times two equals six, Three multiplied by two equals six, Three twos are six.) 10/5 = 2 (Ten divided by five equals two, Ten over five equals two.)
  9. 2 points
    I think I myself haven't made the most of my time/my life/ ..I haven't made the most out of my life. หรือ ...I don't live my life to the fullest. I don't like going out. I stay in my room. หรือ I do not enjoy socialising/zing and going out meeting people. I simply stay home and sit alone in my room. อื่นๆ Life. Be in it. Use your life. เหมือนโฆษณาไทยครับ ชีวิต ใช้ซะ
  10. 2 points
    ใช้ ditch classes จะแรงกว่าและหมายเบี้ยวแบบไม่มีเหตุผลรองรับที่ดีพอครับ ใข้ skipped classes แปลว่า มีเหตุต้องไม่ไป เช่น มีนัดใกล้เคียงที่สำคัญกว่า เช่น นัดหมอ ถ้าพลาดวันนี้ ต้องรออีกนานเลย To catch up on missed lessons Note: ใช้ with ได้เหมือนกันครับ แต่with จะใช้กับคน เช่น ไม่ได้เจอนาน catch up with you when we are free. Behave badly or more formal Conduct oneself professionally เช่น I m sorry for not conducting myself professionally at the meeting today. Kru Ton
  11. 2 points
    ข้อ 73 ไม่เชื่อลองพิมพ์ conduct (an epidensiological) investigation ข้อ 75 H5N2 พิมพ์แล้วอ่านประวัติ Kru Ton
  12. 2 points
    มีทั้งถูกและผิด(ไม่สมบูรณ์ผิดหลักภาษา) ข้อสอบลักษณะนี้ มีจุดประสงค์ดีให้คนทำเชื้อมโยมความหมายให้เหมาะเจาะ ไม่เดาตามหลักภาษา หริอตัดโจทย์มากนัก ข้อ 71. ถูกครับ keywords อยู่ที่ observe the colors of seasons ฤดูดอกไม้ผลิ เป็นฤดูท่องเที่ยวจริงๆ ครับ ดอกไม้ผลิดอกออกใบ ดปลี่ยนสีสดใส มีที่เที่ยวเยอะ ข้อ 72 ถูก หลัง waterways, จ้องกาแระโยค และข้อ 3 กิจกรรมสอดคล้องกับวลีข้างหน้า ข้อ 73 ข้อ 1 ถูกหลังภาษา แต่ผิดความหมาย ต้องตอบ 3 to conduct an epidemiological investigation ข้อ 74. ถูก to + จุดประสงค์ทีาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจะได้ผ่าถูก ข้อ 75 ผิด ตอบ 2 แต่ 4 ข้อมูลถูก เพราะ H5N2 มาจากAsia แต่ผิดหลักภาษาครับ ต้องการverb originated เพราะ ,....., เป็น Noun in Apposition ที่ขยายH5N2 ข้างหน้า หลัง คอมม่า จึงต้องV2ครับ แต่ข้อ2ตามข่าว จากAsia มันข้ามไปเมกาเลย Kru Ton
  13. 2 points
    เลือกที่ชอบก่อนครับ + ข้อความสั้นๆ เน้น Conversational/situational English ก่อนไปแตะ Academic and professional English ประเด็นคือ คนไทยส่วนหนึ่งเรียนภาษาอังกฤษเหมือนตาบอด หรือไม่มีทิศทาง ไม่รู้(แต่ไม่กล้าบอก) เพราะกลัวดูถูก ก็โดนดูถูกจริง คนรู้จริงก็ไม่อยากลงมาเปลืองตัว เพราะเตือนไปก็ไม่ฟังหรอก สรุป เริ่มฟัง+พูดเยอะๆก่อน อ่านอะไรก็ได้ที่ง่ายๆก่อน อย่าหาทางลัดครับ ใครบอกใช้เวลาน้อย ผมคงโง่มาก ใช้ภาษามา 30 ปี ยังต้องฝึกทุกวันเลย Kru Ton
  14. 2 points
    ถ้าแปลตรง คือ ระนะทางไมล์ที่ปรากฎอาจจะแตกต่างไปจากนี้บ้าง เวบานำรถไปcheck แต่ถ้าแบบสำนวน results may vary หรือ your experience may be different ประสบหาณ์ ผลที่ออกมาอาจจะแตกต่างไปบ้าง
  15. 2 points
    มาดูประโยคที่สุภาพและไม่สุภาพกันครับว่าควรพูดและไม่ควรพูดหรือทำอะไรบ้าง 😍วิธีที่จะถามหากอยากช่วยเหลือหรือประโยคที่สุภาพ😍 - May I help you? ให้ฉันช่วยคุณได้ไหม ✅ - Do you need a hand? คุณต้องการให้ช่วยอะไรไหม ✅ - Allow me. ให้ฉันช่วยเถอะ ✅ - After you. เชิญคุณก่อน ✅ - Ladies first. เชิญสุภาพสตรีก่อน ✅ 🚫สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง🚫 - Picking your nose เเคะจมูก 🙅‍♂️ - Spitting ถุยน้ำลาย 🙅‍♀️ - Cutting the line แซงคิวผู้อื่นที่ต่อแถวอยู่ 🙅‍♂️ - Talking on your mobile during a meeting, class, or movie คุยโทรศัพท์ขณะประชุม ในห้องเรียน หรือระหว่างดูหนัง/ภาพยนตร์ 🙅‍♀️ - Falling asleep in class or at a meeting นอนหลับในห้องเรียน หรือขณะประชุม 🙅‍♂️
  16. 2 points
    Well known ในที่นี้ถูกใข้แบบ post positive adjectives or post modifier คือ คุณศัพท์ที่ต้องมาวางไว้หลังคำนามครับ สาวนใหญ่เป็นภาษาในอดีต ได้รับอิทธิพลจากFrench Well known: fully known or clearly Kru Ton
  17. 2 points
    1. Present simple= a present state I am hungry (now/right now.) Mแต่จะมีadj ตัวอื่น ถ้าใข้ cont จะมีความหมายแบบชั่วคราว เฉพาะกาล เช่น He is careful. ปกติเขาเป็นคนรอบคอบ He is being careful this time. ปกติไม่ แต่ครั้งนี้คงไม่อยากพลาด 2 ใช้ได้ทั้ง2tenses เพราะ Look เป็นlink/linking verb หมายถึง ความหมายจะแตกต่างกับnormal verb Look v. ดู Look link verb ดูท่าทาง/ดูเหมือนว่า Kru Ton
  18. 2 points
    10 คำถามที่ถามได้ และอีก 7 คำถามที่ไม่ควรถามอย่างยิ่ง
  19. 2 points
  20. 2 points
    น่าจะไปukเปล่าครับ เขาตรวจa TB test Today I am.about to undergo a TB test to obtain a certificate confirming you are from a infectious tuberculosis to obtain the Alien Card and a visa. Kru Ton
  21. 2 points
    ได้ฟังเพลง "หนักแผ่นดิน" แวปๆ อยากทราบว่า "หนักแผ่นดิน" ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไรครับ? แล้วถ้าหนักอย่างอื่น จะใช้คำไหนดีครับ?
  22. 2 points
    Cut/slash the budget Cut out the dead wood ตัดในส่วนที่ไม่มีประโยชน์ออก .Kru ton
  23. 2 points
    1. Scum of the earth 2. A deadwood 3. Burden on the land Kru Ton
  24. 2 points
    I think he has a heart for you. He us fond of you/ care for you. He has a crush on you. หลงรักคุณ ปิ๊งคุณ Kru Ton
  25. 2 points
    Do you think I should go back and start learning French again? What do you think? เข้าใจง่าย ประเด็นคือจะกลับไปเรียน Kru Ton ขออธิบายเกี่ยวกับแปลเป็นไทยกลับเป็นภาษาอังกฤษนิดนึงนะครับ ถ้าเราแปลตรงตัวหมด มันจะไปต่อไม่ได้ เพราะจะดูแปลกๆในความคิดฝรั่ง เพราะพยายามเก็บทุกตัว เช่น ผมไม่ได้ใส่คำเหมือน(เมื่อ)ก่อน มีหลายexpression เช่น like (good)old days/ like before/ as/because I used to study it (before) I want to go back and take the course once again..
  26. 2 points
    ใช้ merely หรือ only หรือ just I was only asking a question. = ฉันเพียงแค่ตั้งคำถาม ผมถามเฉยๆ He merely came. He didn't participate. เขามาเฉยๆ แต่เขาไม่ได้ร่วมงาน I'm not here to bother you. I just came to visit. = ไม่ได้มารบกวนคุณ ฉันมาเยี่ยมเฉยๆ merely ออกเสียงว่า เมีย-ลี Andrew xxx
  27. 1 point
  28. 1 point
    E learning is around the corner. สะดวก และ ได้ผลจริงครับ จากทีม K. Andrew Biggs We are not to disappoint you. Watch this space. Kru Ton
  29. 1 point
    พูดได้เกิดจาก อาจารย์คุณสอนคุณเป็น short ready-to-use sentences คุณฝึกตามประโยคบ่อยๆ คุณก็พูดได้ ซึ่งดีมาก ซึ่งควรทำครับ สื่อสารได้เป็นเรื่องๆ หลายๆเรื่อง นี่เกิดจากThe ability to think in English ทักษะเกิดจากหลัง 3/6/9/12 เดือน Think in English เกิดจากฟัง พูด อ่าน เขียน เยอะๆๆๆๆ แบบสั่งสมครับ ผมก็มั่นใจว่าคุณทำได้ It is possible. ส่วนคุณจะชอบผมว่าผมชอบพูดตรงๆ หรือไม่นั้น สุดแล้วแต่ แต่อยากให้คุณคิดแบบนี้ ผมให้เกียรติคุณสูงสุด ลองคิดดู ใครกล้าพูดความจริงกับคุณ แสดงว่า คุณห่วงคุณจริงๆ ok. นะครับ รักนะแต่โหด That's me. Kru Ton
  30. 1 point
    What wait? เราชอบรอ&หวังให้คนอื่นมาช่วย คุณเริ่มก่อนเลยครับ 2-3 months And after that just wait & see. BUT you must practice English for 60-90 days first. ฟังไม่ออก ฟังไม่เข้าใจ ท้อ อาย เพื่อนล้อ หรือน่าจะเสียเวลา เสียเงินเปล่า ถอยดีกว่า เริ่มก่อนสัก 2-3 เดือนครับ สมัยนี้เริ่มง่ายมาก มีYouTube ราคาค่าเรียนonline ก็ราคาน่าคบแล้ว Have questions, ask us here. ถ้าคุณเอาจริง ภาษาไม่ยากเกินไปหรอกครับ Best wishes Kru Ton
  31. 1 point
    Thursday, March 14, 2019 สวัสดีครับทุกคน เวลาเราคิดถึงการพูดคล่องๆ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า fluently, smoothly and flowingly ทั้ง 3 คำนี้ ถ้าจะดูเทคนิคการออกเสียง ดูตรง Consonant clusters/blends/blenders คุณสมบัติเหมือนควบกล้ำ Fl เฟ่อะเหล่อะ and Sm ส่ะเหม่อะ Consonant clusters สำคัญมากๆๆๆๆสำหรับ Clear pronunciation ครับ Do study and practice them. Vocabulary words Vocabulary enrichment ศัพท์และการเพิ่มพูนศัพท์สำคัญสุดๆๆครับ
  32. 1 point
    เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนโปรดักชั่น คอนเสิร์ต “Ed Sheeran Divide World Tour 2019 Bangkok“ เพิ่มโซนบัตรยืน 2,500 บาท และ บัตรนั่ง 3,000 บาท สำหรับแฟน ๆ รีบจองด่วนที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์ bit.ly/EdSheeran2019-TH สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 2262 3838 #EdSheeranBKK2019
  33. 1 point
  34. 1 point
    ดังคำถามผมอยากอ่านหนังสือ, นิตยสาร, บทความในอินเตอร์เนต, บล็อกต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษให้สามารถจับใจความได้ และสรุปสาระสำคัญ ผมควรเริ่มฝึกอย่างไร เรียนภาษาอังฤษก็มาเยอะ แต่พูด อ่าน เขียน ไม่เอาไหนเลย อยากได้คำแนะนำ ขอบคุณครับ Suhaimin
  35. 1 point
    ว่ากันว่า Native English speakers จะมี vocabulary ประมาณ 25000-30000 word families สำหรับพวกเราถ้าต้องการอ่านให้รู้เรื่องต้องรู้ประมาณ 7000-9000 word families การฟังอาจใช้น้อยกว่านี้ ถ้าต้องการเขียนได้ก็ต้องเพิ่มเติม grammar และเพื่อความสละสลวยก็ต้องรู้ idioms บ้างพอประมาณ ถามตัวเองก่อนว่ามี vocabulary ในหัวเท่าไร
  36. 1 point
    ขอบคุณมากๆครับครูTon ข้อสอบมันกำกวมบางข้อ😂
  37. 1 point
  38. 1 point
  39. 1 point
    ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวมีคำถามเกี่ยวภาษาอังกฤษจะเข้ามาถามในบอร์ดนี้บ่อยๆครับ
  40. 1 point
  41. 1 point
    ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไรครับ
  42. 1 point
    ก็คงเคืองหรือไม่เข้าใจวาาทำเพื่อ...?ครับ Chill out. Take it easyใช้บ่อย Calm down. Not the end of the world. Not a life and death.. Easy. Not so fast. Kru Ton
  43. 1 point
    คุณต้อง...ถึงขนาดนั้นเลยหรือ? Kru ton
  44. 1 point
    ภาษาไทยใช้ “เป็นอย่างไรบ้าง” หรือ “สบายดีไหม” เมื่อทักใคร ของฝรั่งก็มี ง่ายเหมือนกัน ตั้งแต่คุณคลานคุณก็เรียนว่า How are you ? เพราะคิดว่า ฝรั่งใช้ในความหมายว่า คุณเป็นอย่างไรบ้าง คำตอบก็คือ Fine, thanks. And you? ซึ่งคนนั้นจะตอบว่า Fine, thanks. (และถ้าเป็นห้องเรียนก็ต้องต่อว่า Sit down. ซึ่งคุณก็ตอบว่า Thank you teacher ) ทวนอีกครั้งครับ How are you? Fine, thanks. And you? Fine thanks. จบเรื่องใช่ไหมครับ ยังครับ อย่าพึ่งจบ เพราะที่จริงแล้วเรายังไม่ได้เริ่มต้นเลย ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทักทายนี้ครับ ข่าวดีก็คือ วิธีทักทายข้างบนนี้ถูกหลักไวยากรณ์ครับ และจะเห็นในตำราสอนภาษาอังกฤษ เป็นบทที่ 1 แทบทุกเล่ม ข่าวร้าย ถึงแม้ว่าการทักทายแบบนี้จะแพร่ระบาดไปทั่วประเทศไทยพอๆ กับโรคฉี่หนูหลังน้ำท่วมก็ตาม แต่ต้องบอกว่า หาฝรั่งที่ทักทายอย่างนี้ยากมากครับ ใช่แล้ว ตำราสอนภาษาอังกฤษจะสอนอย่างนี้ แต่ในโลกแห่งความจริงไม่มีใครที่ทักอย่างที่เรากล่าวเมื่อสักครู่นี้ ประโยค How are you? นี้แปลว่า คุณเป็นอย่างไรบ้าง การทักแบบนี้เป็นการทักที่นิยมใช้มากที่สุด ผมหมายถึงการถามว่า สบายดีไหม แต่ไม่ได้หมายถึงเราใช้ประโยค How are you? ทุกครั้งที่ถาม ต่อไปนี้ผมจะเสนออีกสิบวิธีที่คุณาสามารถทักทายชาวต่างชาติโดยไม่สน How are you? แม้แต่นิดเดียว อย่าพึ่งตกใจเพราะมีมากถึง 10 อย่าง เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้ก็เลือกอีกอย่างหนึ่ง จะได้มีความหลากหลายในการทักทายในช่วงเลวา 10 วันในต่อไปนี้ 1. How are you doing? ฝรั่งมีสองประโยคยอดฮิตที่ใช้บ่อยที่สุด ที่ใช้แทน How are you? ในความหมายว่าคุณเป็นอย่างไรบ้าง และนี้คือประโยคที่หนึ่ง How are you doing? เป็นการทักทายแบบชาวอเมริกัน ความหมายเหมือน How are you? ก็เลยสามารถตอบว่า I’m fine. ได้หรือ I’m doing fine. หรือ I’m doing well. ก็ได้ ที่สำคัญ คือ อย่าสับสนคำถามนี้กับ What are you doing? ซึ่งแปลว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ ผมเคยทดลองถามคนไทยว่า How are you doing? ในความหมายว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่เค้าตอบว่า I’m talking to you. (หนูกำลังคุยกับพี่ไงค่ะ) ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด 2. How are you going? ถ้าชาวอเมริกันใช้ How are you doing? งั้นข้อสองเป็นวิธียอดฮิตของชาวอังกฤษ รวมถึงชาวออสเตรเลียด้วย ที่แปลว่า เป็นอย่างไรบ้าง คำตอบก็คือ I’m fine. I’m good. หรือ I’m ok. ก็แล้วแต่คุณ และเช่นเคยอย่าสับสนกับ How are you going? (คุณเป็นอย่างไรบ้าง) กับอีกความหมายหนึ่งกับคำ ๆ นี้ นั่นคือ คุณจะไปหรือเดินอย่างไร มักจะใช้ในรูปของคำทักทายมากกว่า 3. How have you been? ก็เหมือนกับ How are you? แต่รูปคำถามเป็นรูป present perfect tense ซึ่งเราใช้เมื่อเราพูดในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต และยังสำคัญต่อปัจจุบัน ดังนั้นความหมายของ How are you? คือ “ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” แต่ How have you been? คือ “ตั้งแต่คราวที่แล้วที่เราพบกันจนถึงวินาทีนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง” คงเป็นการขยายขอบเขตที่คุณอยากทราบว่าคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง คำตอบคือ I’ve been good. หรือ I’ve been bad. ก็ขึ้นอยู่กับดวงของคุณ แต่ถ้าขี้เกียจก็ Good หรือ Bad ก็พอ เมื่อกี้ผมอธิบายว่าเติม doing ท้ายคำนี้โดยไม่เปลี่ยนความหมาย ก็เช่นเดียวกันครับ คุณสามารถถามว่า How have you been doing? 4. How are things? things คืออะไรครับ คำตอบคือ things หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี หรือสิ่งที่ไม่ดี ดังนั้น How are things? เป็นการถามถึงสารพัดสุขดิบของคุณ คำตอบก็เหมือนเดิม … Good! Everything’s fine! หรือไม่ก็ Terrible! My boyfriend left me! 5. How are you getting on? ผมเชื่อว่าหลายคนรู้ว่า to get on แปลว่า ขึ้น เช่น get on a bus (ขึ้นรถเมล์) หรือ get on the expressway (ขึ้นทางด่วน) แต่ get on ยังมีความหมายในทางสแลงว่า ดำเนินชีวิต จากความหมายนี้เราได้คำทักทายที่นิยมมากคือ How are you getting on? หรือ “ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง โอมั้ย” ทำนองนี้ แม้ในรูป present perfect tense ก็มีครับคือ How have you been getting on? to get along ยังมีความหมายว่า ดำเนินชีวิตอยู่ เราจึงสามารถถามว่า How are you getting along? (ซึ่งตอบว่า I’m getting along fine. ก็ยังได้) เหนื่อยไหมครับ ทั้ง 5 วิธีที่สามารถทักว่า How are you? อย่าเพิ่งเหนื่อยครับเพราะ ยังเหลืออีกห้าครับ 6. What’s up? สมัยก่อน What’s up? เป็นสำนวนที่แปลว่า คุณเป็นอะไรไป ใช้เมื่อเห็นเพื่อนหน้าซีด เศร้า โกรธ อะไรก็ได้ที่ผิดปกติ คำตอบมักจะเป็น Nothing! (ไม่มีอะไรหรอก ถามทำไมล่ะ) หรือการสารภาพสิ่งที่กำลังกวนอารมณ์คุณ เช่น I just broke up with my boyfriend (หนูเพิ่งเลิกกับแฟนค่ะ) หรือ My pet snake died. (งูที่ฉันเลี้ยงไว้ตาย) แต่สมัยนี้ What’s up? ได้เพิ่มหน้าที่บทบาทในภาษาอังกฤษ นั่นคือเป็นวิธีทักทาย ความหมายคล้ายกับ “มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นในชีวิตคุณไหม” ไม่สามารถตอบว่า Fine thanks. And you? กับสำนวนนี้เพราะเป็นการถามว่า มีอะไรเกิดขึ้น ฝรั่งมักจะตอบว่า Nothing much. หรือ Not a lot. (ไม่มีอะไรมากนัก) ถ้าจะพูดถึง What’s up? ก็ต้องรีบบอกว่า ฝรั่งเราขี้เกียจมาก เราเห็นว่า What’s up? มีทั้งหมดสองพยางค์ ถือว่ามากไปแล้ว เราจึงชอบตัดพยางค์แรกออก เหลือแต่ up? โดยรักษา s จากตอนท้ายคำว่า What’s … จะกลายเป็น Sup หรือที่ออกเสียงว่า ซับ ใคร ๆ ที่แชททางอินเตอร์เนตจะพบเห็นคำนี้บ่อย 7. Yo! เริ่มล้าสมัยนิด ๆ ต้องขอบคุณพวก rapper จากชุมชนแออัดที่สหรัฐๆที่ก่อให้เกิดศัพท์สแลงนี้ Yo! ต้องตะโกนดัง ทำท่ายื่นแขนออกมาอย่างเร็วเสร็จแล้วคว่ำมือลง และอย่าลืมทำหน้ากวน ๆ เหมือนไม่เป็นมิตรแต่ที่จริงเป็น 555 ที่คล้ายๆ กับนี้คือ Hey! ซึ่งใช้เป็นวิธีทักทายระหว่างเพื่อนสนิท อย่าไปใช้กับครูสอนไวยากรณ์อังกฤษนะครับ 8. What’s happening? “เกิดอะไรขึ้นอยู่” แต่บางคนชอบใช้เพื่อทักทาย วิธีนี้คล้ายกับ What’s up? คือการถามถึงคนนั้นพร้อมสถานการณ์ กริยา to happen หมายถึง เกิดขึ้น แต่เรามีอีกวิธีหนึ่งที่ถามว่า เกิดอะไรขึ้น นั่นคือ 9.What’s going on? ความหมายเหมือน What’s happening? ครับ เพียงแต่ว่า What’s going on? อาจฟังเหมือนภาษาพูด หรือไม่ทางการเท่า What’s happening? วิธีสุดท้าย … 10. What’s going down? เหมือน What’s going on? นี่คือภาษาพูดยิ่งกว่านั้นอีก แปลว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นอยู่ เพราะ to go down ในบางสถานการณ์แปลว่า เกิดขึ้น เป็นสแลงสุด ๆ ของภาษาอังกฤษ ถ้าไม่กล้าใช้ก็ ไม่เป็นไร ครบแล้วครับ สังเกตไหมครับสิ่งสำคัญที่สุดคือ ฝรั่งไม่มี Where are you going? (ไปไหน) หรือ Have you eaten? (ทานข้าวหรือยัง) เพื่อทักทายเหมือนคนไทย ถ้าถามฝรั่งอย่างนี้ผมกลัวว่าเขาเข้าใจผิด เพราะที่จริงแล้วเขาไปไหนไม่ใช่ธุระอะไรของคุณอยู่แล้ว เขาอาจตอบว่า None of your business. (อย่ายุ่งน่า ไม่ใช่ธุระอะไรของคุณ)
  45. 1 point
    Enjoy your life. Remember/ Keep it in kind that even in bad things there are good things in them, always. Kru Ton
  46. 1 point
  47. 1 point
    ความหมายคล้ายกัน แต่จะใช้อย่างไรให้ถูก
  48. 1 point
    Rely on นี้จะหนักแน่นกว่าcount on ถ้าคุณrely on ใคร หมายถึงคุณมีแนวโน้มมีเขาเป็นที่พึ่งเสมอ ทุกสถานการณ์ และคุณมีtotal trust ต่อคนนั้นที่สุด เรียกว่า ถ้าขอให้ช่วย คนนี้จะมาคนแรก ส่ใน count on จะเป็นงานๆไป เช่น ถ้าคนนึงรับงาน คุณค่อนข่างมั่นใจว่าจะไม่บี้ยว แต่อาจมีspare เผื่อไว้ Kru Ton
  49. 1 point
    More or less the same/interchangeable ครับ แต่ seldom จะดูเป็นภาษาหนังสือ formal และคำเก่ากว่า rarely ครับ Kru Ton
  50. 1 point
    อยากทราบการใช้ของทั้งสองคำว่าใช้ต่างกันอย่างไร
This leaderboard is set to Bangkok/GMT+07:00


×
×
  • Create New...